ตอบ คำว่า site หมายถึงการรวม หรือ web site นั่นเอง site โดยรวมเเล้วหมายถึงการรวมเว็บเพจ เช่น facebook site:www.ku.ac.th ที่ครูยกตัวอย่างมาเป็นเว็บเพจชนิดเดียวที่รวมกันใว้ให้เป็นหนึ่ง
2. site:www.cmu.ac.th filetype:pdf (site: filetype: )
ตอบ site: filetype คือเว็บที่มีเอกสารหรือไฟล์แนบอยู่เช่นครูยกตัวอย่างมาเป็นไฟล์ pdf คือไฟล์ประเภทหนึ่งที่ถูกสร้างมาจากโปรแกรม Adobe Acrobat เหมาะสำหรับการทำเอกสารตัวอย่างครับ
3. 3.5 USD in yuan
ตอบ 3.5 USD in yuan เป็นการแลกเงิน ซึ่ง 3.5 U.S. dollars เท่ากับ 23.2924938 Chinese yuan
4. ในครั้งแรกให้ทำการค้นหาโดยใช้คีย์เวิร์ด โหน่ง และครั้งที่สองใช้คำว่า
โหน่ง ‐เท่ง( ‐ )
ตอบ หลังจากการพิมพ์ครั้งเเรกพบว่า มีข้อมูลของคนๆหนึ่งที่ชื่อโหน่ง
หลังจากการพิมพ์ครั้งที่สองครับก็พบว่ามีข้อมูลของทั้งสองคนคือ
คนชื่อเท่งกับคนชื่อโหน่งครับผม
คนชื่อเท่งกับคนชื่อโหน่งครับผม
5. "parent directory" DVDRip ‐xxx ‐html ‐htm ‐php ‐shtml ‐opendivx ‐md5 ‐md5sums (“ “ ‐ )
ตอบ จากข้อมูลที่ให้มานั้นเป็นการค้นข้อมูลขั้นสูงของ google วิธีนี้จะใช้การหาดาวน์โหลดโปรแกรม แคร็ก ซีดี คีย์ หรืออื่นๆ
6. Intitle: index.of mp3 (intitle:)
ตอบ intitle หมายถึงในหัวข้อของหน้านั้น ต้องมีคำนั้นๆประกอบอยู่
จากที่ครูให้มาครับ เป็นการค้นหาเฉพาะเรื่องเพลงเท่านั้นครับ
7. ผลลัพธ์ในการค้นหาของ Google จะถูกจัดอันดับเรียงตาม Keyword ที่ใส่ และ PageRankคำว่า PageRank นี้หมายถึงอะไร มีความสำคัญอย่างไร
ตอบ PageRank หรือ คำเต็มๆที่เรียกกัน Google Pagerank หรือ Google PR นั่นเอง
PR นั้น คือ ค่าคะแนนประเมิน ของ เว็บไซต์ รวมไปถึง ในหน้า เว็บเพจ แต่ละหน้า ด้วย
ที่ทาง Google ประเมินให้กับ เว็บไซต์ หรือ Blog และ ในหน้า เว็บเพจ แต่ละหน้า
ค่าคะแนนประเมินตั้งแต่ 0 ไปถึง 10
หาก เว็บไซต์ หรือ Blog หรือ เว็บเพจ หน้า นั้น ที่ไม่มีค่า PR หรือ Pagerank จะมีค่า เป็น N/A หรือ “No PageRank information available”
จะตรวจสอบ ค่า PR นั้น ก็มีหลาย วิธี เช่น
ติดตั้ง โปรแกรม Google Toolbar จะมีให้เห็น ที่บาร์เลยทีเดียว
ที่ทาง Google ประเมินให้กับ เว็บไซต์ หรือ Blog และ ในหน้า เว็บเพจ แต่ละหน้า
ค่าคะแนนประเมินตั้งแต่ 0 ไปถึง 10
หาก เว็บไซต์ หรือ Blog หรือ เว็บเพจ หน้า นั้น ที่ไม่มีค่า PR หรือ Pagerank จะมีค่า เป็น N/A หรือ “No PageRank information available”
จะตรวจสอบ ค่า PR นั้น ก็มีหลาย วิธี เช่น
ติดตั้ง โปรแกรม Google Toolbar จะมีให้เห็น ที่บาร์เลยทีเดียว
หรือ ตามเว็บไซต์ต่างๆ ที่ให้บริการ
8. หากต้องการให้ผลลัพธ์จากการค้นหาอยู่ในอันดับต้นๆ จะใช้เทคนิควิธีการ SEO วิธีการนี้หมายถึงอะไร และมีการทำอย่างไร
ตอบ SEO ย่อมาจากคำว่า Search Engine Optimization แปลเป็นไทยว่าการปรับปรุงองค์ประกอบทั้งภายนอก และภายในที่ผลต่อเว็บไซต์ ให้ได้มาซึ่งอันดับที่ดีใน Search Engine ซึ่ง Search Engine ที่คนไทยนิยมใช้และเป็นที่รู้จักกันดีเห็นจะมีอยู่สองเจ้าคือ
1. Yahoo Search Engine
2. Google Search Engine
ในแต่ละวันมีคนเข้าใช้บริการ Search Engine เพื่อค้นหาข้อมูลหลายล้านครั้งต่อวัน จึงทำให้เว็บไซต์จำนวนมากพยายามนำ Search Engine เข้ามาใช้ในการทำการตลาด ซึ่งหนึ่งในวิธีการนั้นก็คือการทำSEO กับเว็บไซต์ของบริษัท หรือร้านค้า เพื่อให้ผู้ใ้ช้งาน Search Engine เห็นเว็บไซต์ของเรา และมีโอกาสขายสินค้า หรือบริการได้มากขึ้น
โดยระยะเวลาในการทำ SEO นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น รูปแบบของเว็บไซต์ เนื้อหาของเว็บไซต์ จำนวนเว็บไซต์ของคู่แข่ง และสำคัญสุดเห็นจะเป็นเรื่องของ คำค้นหา (Keyword) ที่เราต้องการให้ทำอันดับใน Search Engine
ผมจะยกตัวอย่างสถานะการณ์ ที่เราควรใช้ SEO มาช่วยในการขาย เว็บขายเครื่องสำอางน่าจะเป็นอะไรที่เข้าใจง่าย และเห็นภาพได้ชัดเจน
คือว่าว่านาย เบน. มีโรงงานเครื่องสำอาง และมีความต้องการจะเปิดตลาดภายในประเทศไทย ซึ่งกลุ่มเป้าหมายของเขาคือ ผู้มีความต้องการสั่งซื้อเครื่องสำอางจำนวนมากไปขายต่อ โดยสินค้าของเขาเป็นสินค้ากลุ่มวัยรุ่น ตามเทรน ซึ่งสินค้าที่ขายดีสุดของเขาปัจจุบันเห็นจะเป็นเครื่องสำอางของเกาหลีแต่ปัญหาเขาคือลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนในระแวกนั้น และนับวันจะมีคู่แข่งที่คอยมาตัดราคา ทั้งๆที่ต้นทุนนับวันจะสูงยิ่งขึ้น ซึ่งทางออกเดียวที่พอจะมองเห็นคือการเปิดตลาดให้กว้าง โดยการทำให้คนรู้จักว่ามีโรงงานผลิตเครื่องสำอางแห่งนี้อยู่
ทางออกหนึ่งที่น่าจะเหมาะสม และต้นทุนไม่แพงนักก็คือการจัดทำเว็บไซต์เพื่อนำเสนอสินค้าบนอินเทอร์เน็ต เขาจึงตัดสินใจว่าจะทำเว็บไซต์ขึ้นมาเว็บหนึ่งชื่อว่า “shirt.in.th” สิ่งแรกที่เขาต้องทำคือว่าจ้างบริษัทจัดทำเว็บไซต์ และนำข้อมูลสินค้าของเขาใส่ลงไปยังหน้าเว็บ ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีแต่ติดอย่างหนึ่งคือเวลาผ่านไปก็ 3-4 เดือน เว็บของเขาแทบจะไม่มีคนเข้ามาดูเลย ซึ่งเหตุผลหลักก็คือ ไม่มีใครรู้ว่ามีเว็บของเขาอยู่ในโลกแห่งนี้
เขาพยายามหาคนเข้าเว็บด้วยการโฆษณาตามเว็บดังๆ ต่างๆ ด้วยค่าใช้จ่ายเดือนนึงหลายพัน หากเว็บใหญ่ๆ ก็หลักหมื่นต่อเดือน แต่ยอดขายกลับไม่มากตามจำนวนเงินที่จ่ายไป จนกระทั่งเขาได้รู้จักกับแนวทางการทำตลาดอีกรูปแบบหนึ่งนั่นก็คือ SEO (Search Engine Optimization) ซึ่งมันจะทำให้เว็บของเขาปรากฎต่อสายตาชาวโลกบนหน้าผลการค้นหา โดยที่เขาไม่ต้องจ่ายเงินค่าลงโฆษณาให้กับ Google หรือ Yahoo แต่อย่างใด
โดยสรุปแล้วสิ่งที่ นาย เบน. จะได้รับจากการทำ SEO คือ
1. นาย เบน. มีลูกค้าที่มาจากทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเป้าหมายในการเปิดตลาดครั้งนี้
2. จำนวนผู้เยี่ยมชมจำนวนมากจาก Search Engine อย่าง Google, Yahoo หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย
3. ไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนของการแสดงผลบนหน้าค้นหา
4. จะมีคนคลิ๊กมายังเว็บของเราผ่าน Search Engine กี่ครั้ง เราก็ไม่ต้องเสียเงิน
5. ตำแหน่งของเว็บไซต์จะอยู่นานเท่านาน ตราบใดที่เว็บเรายังคงซึ่งคุณภาพเพียงพอ
6. ค่าใช้จ่ายในกรณีที่จ้างผู้ รับทำ SEO ทำให้ โดยรวมแล้วจะถูกกว่าโฆษณาในรูปแบบอื่น และคุ้มค่ามากกว่าในระยะยาว
เป็นอย่างไรบ้างครับ พอจะมองเห็นแล้วสิครับว่าทำไมหลายคนถึงให้ความสนใจในการทำ SEO ขนาดนี้ อันที่จริงขั้นตอนการทำ SEO แบบเต็มรูปแบบมีรายละเอียดมากมายนัก ซึ่งผมจะมากล่าวในบทต่อๆ ไปเกี่ยวกับวิธีการทำ SEO แบบมืออาชีพ เพื่อให้ได้มาซึ่งอันดับที่ดีในหน้าผลการค้นหา
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น